|
|
|
จับประเด็นข่าว
update 18 ตุลาคม2544
สื่อมวลชนทั้งทุกสาขาให้ความสนใจและนำเสนอข่าว “พบหลักฐานนักวิจัยสหรัฐนำพันธุ์ข้าวไปจากไทย” ที่แถลงข่าวชี้แจงโดยไบโอไทย นักวิชาการ และเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมนี้
กระแสความตื่นตัวหวั่นเกรงการยึดครองข้าวหอมมะลิไทยและแนวทางการแก้ปัญหาจากผู้เกี่ยวข้องส่วนต่างๆ
ถูกนำเสนอในหนังสือพิมพ์ต่างๆ
เราพยายามรวบรวมประเด็นที่พวกเขาเหล่านั้นเสนอ และท่านผู้อ่านสามารถส่ง
ข้อสังเกตและข้อคิดเห็น
ในประเด็นต่างๆ
เพิ่มเติมมาได้ที่
Email : biothai@pacific.net.th
อีรี่ยันสหรัฐไม่ได้ขอพันธุ์
เกษตรงัดกฎหมายเอาผิด
จี้ตั้งคณะกรรมการระดับชาติแห้หอมมะลิ
JASMINE-RICE ROW: US breeder gets
benefit of the doubt (The
Nation)
2.ใคร
พูดอย่างไรในข่าว
นายอำพน กิตติอำพน ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ทางอีรี่ได้ตอบข้อถามมาเป็นการภายในว่า ขณะนี้อีรี่ไม่มีหลักฐานใดๆ ที่จะระบุว่านายคริสขอใช้พันธุ์ข้าวหรือจีโนมจากอีรี่ไปวิจัย การที่นายคริสได้ทำหนังสือตอบกลับมายังกระทรวงเกษตรว่าได้นำพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 ไปวิจัย โดยขอพันธุ์ข้าวจากอีรี่ไปก่อนหน้านั้น จึงสรุปได้ว่านายคริสไม่ได้กล่าวจากข้อเท็จจริง เท่ากับว่าการกระทำของนายคริส เดเรน จึงเป็นการลักลอบนำพันธุ์ข้าวหอมมะลิจากไทยออกไปซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย
“หากพบว่า (นักศึกษาไทย) มีส่วนรู้เห็นด้วยก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย”
กระทรวงเกษตรฯ จะประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อทำการสอบสวนว่าพันธุ์ข้าวที่นำออกไปนั้นมีการอนุญาตถูกต้องหรือไม่ หากพบว่ามีการลักลอบนำออกไปก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย พ.ร.บ.การส่งออกและนำเข้าซึ่งสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2522 ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้รับผิดชอบกฎหมายนี้อยู่ ส่วนการดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.กักพืช 2518 คงจะไม่สามารถดำเนินการได้เพราะใน พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ไม่ให้การคุ้มครองในเรื่องของข้าวเอาไว้
ส่วนการแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าวในระดับนโยบาย กระทรวงเกษตรฯ จะได้ทำการชี้แจงและเจรจากับกระทรวงเกษตรฯ ของสหรัฐฯ (USDA) ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนเงินในโครงการวิจัยนี้ ว่า หากทางการสหรัฐฯ จะให้มีการจดสิทธิบัตรจะเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบกับชาวนาไทยและสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวนาไทย ข้าวหอมมะลิถือว่าเป็นภูมิปัญญาของชาวนาไทย อีกทั้งการกระทำของนายคริส เดเรน ยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายในประเทศของไทยด้วย (กรุงเทพธุรกิจ , ผู้จัดการ)
นายนที ขลิบทอง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ดูแลกรมวิชาการ
หากการวิจัยแม้จะออกมาเป็นเชิงพาณิชย์ แต่ไม่แน่ใจว่าข้าวหอมมะลิดังกล่าวมีความเหมาะสมที่จะปลูกเพื่อให้ได้ปริมาณมากหรือไม่ อีกทั้งข้าวที่วิจัยออกมา ทราบว่า มีกลิ่นหอมเหมือนข้าวหอมมะลิไทย แต่เนื้อข้าวยังไม่นุ่มเท่า ซึ่งทำให้ข้าวดังกล่าวยังต่างจากข้าวหอมมะลิของไทย
ต้องถือว่าการวิจัยยังไม่จบ เราจะยื่นคัดค้านไม่ได้ เพราะยังไม่มีการจดสิทธิบัตร
ตอนนี้ก็ต้องคอยติดตามต่อไป เพราะคาดว่าการวิจัยใช้เวลา 1 – 2 ปี
ต้องพยายามเร่งรัดการดำเนินงาน พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ปี 2542 และจะนำเรื่องนี้เข้าในการประชุมคณะอนุกรรมการร่างกฎหมายความปลอดภัยทางชีวภาพ
นอกจากนี้ ไทยจะต้องเร่งจองพื้นที่ตลาดข้าวหอมมะลิไทยไปทั่วโลก ก่อนที่สหรัฐ จะมีการนำข้าวหอมมะลิออกมาแข่ง "เราต้องเร่งเปิดตลาดข้าวหอมไปทั่วโลก ให้มีโลโก้ของไทยครอบครองตลาดเป็นรายใหญ่ ตอนนี้เราคงไปยื่นคัดค้านอะไรไม่ได้ต้องมาเร่งในส่วนของเราเอง เชื่อว่ายังมีเวลาที่จะสามารถป้องกันได้ทัน"
ถ้าหากสหรัฐ จะมีการจดสิทธิบัตร เราก็ต้องยื่นหนังสือคัดค้าน (กรุงเทพธุรกิจ, ผู้จัดการ,มติชน)
นายบริบูรณ์ สัมฤทธิ์ เจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (IRRI) ประจำประเทศไทย
กล่าวว่า เรากำลังเร่งตรวจสอบว่านักวิจัยสหรัฐได้นำข้าวจากสถาบันวิจัยหรือไม่ เพื่อแจ้งให้กับรัฐบาลไทยทราบ เพราะหากมีนำไปก็จะมีข้อตกลงกับสถาบันชัดเจน และจะต้องหากนำไปปรับปรุงพันธุ์แล้วส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกโดยไม่มีการจดสิทธิบัตร หรือทำในเชิงพาณิชย์ก็ไม่มีปัญหา แต่หากมีการปรับปรุงพันธุ์เพื่อการค้า คงจะต้องเจรจาตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ตามระเบียบของ สถาบันฯ นายบริบูรณ์ (กรุงเทพธุรกิจ, ผู้จัดการ, มติชน)
และตั้งข้อสังเกตว่า “ถ้าเดเรนนำสายพันธุ์ข้าวไปจาก IRRI จริงอย่างที่เขากล่าว ทำไม IRRI จึงไม่ให้ข้อมูลต่อประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าของสารพันธุกรรม ซึ่งระเบียบของ IRRI กำหนดไว้ชัดเจนว่าหากจะนำสารพันธุกรรมไปใช้เพื่อการวิจัยจะต้องลงทะเบียนในข้อตกลงการเคลื่อนย้ายสารพันธุกรรม (Material-transfer agreement) และต้องแจ้งให้ประเทศเจ้าของสารพันธุกรรมทราบ (เดอะเนชั่น)
นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา
ไทยจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าการที่นักวิจัยสหรัฐได้นำพันธุ์ข้าวหอมมะลิของไทยไปปรับปรุงใหม่นั้นเป็นการนำพันธุ์ข้าวไปจากประเทศไทยหรือสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (อีรี่)
หากนำพันธุ์ข้าวจากไทยไปจริง ไทยก็มีสิทธิที่จะสามารถทักท้วงได้ แต่หากนำพันธุ์ข้าวไปจากอีรี่การทักท้วงคงดำเนินการได้ลำบาก เนื่องจากอีรี่เป็นสถาบันระหว่างประเทศ
"หากผลการตรวจสอบพบว่านักวิจัยสหรัฐได้นำพันธุ์ข้าวจากอีรี่ ไปจริงการปกป้องและร้องเรียนคงทำได้ลำบาก แต่กรมทรัพย์สินทางปัญญาคงจะใช้แนวทางการเรียกร้องความถูกต้องและความชอบธรรม ซึ่งตามระเบียบของอีรี่แล้วการนำพันธุ์ข้าวไปต่อยอด ถือว่าเป็นการดำเนินการที่ถูกกฎหมาย"
แนวทางที่ไทยจะเข้าไปปกป้องคือ จะต้องมีการเฝ้าระวังติดตาม โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญารับหน้าที่ที่จะดำเนินการ
หากมีความเคลื่อนไหวว่าประเทศใดได้มีการจดสิทธิบัตรโดยใช้ข้าวหอมมะลิของไทยไทยก็จะเข้าไปดำเนินการตามความจำเป็น
แต่สิ่งที่วิตกคือหากพันธุ์ข้าวไปอยู่ในมือของเอกชนในสหรัฐและนำไปจดสิทธิบัตรในประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย เช่น สหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น และจีน จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าวของไทยในอนาคต
“ที่สำคัญคือรัฐบาลสหรัฐไม่สามารถที่จะควบคุมภาคเอกชนของตนเองได้ เพราะเป็นการค้าที่มีการแข่งขันกันโดยเสรี ซึ่งหากเป็นไปตามที่วิตกทางรัฐบาลสหรัฐจะต้องเข้ามารับผิดชอบ”
ภายใน 2-3 สัปดาห์นี้กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะยื่นคำคัดค้านไปที่คณะกรรมาธิการการค้าของสหรัฐให้ถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้า "จัสมาติ" ของบริษัทไรซ์ เท็กซ์ เนื่องจากบริษัทดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนระหว่าง "จัสมาติ" กับ "จัสมินไรซ์" ของไทย
ก่อนหน้านี้บริษัทเอกชนที่ได้รับผลกระทบได้ร่วมกับทางการไทยดำเนินการให้บริษัทไรซ์เท็กซ์ถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าไม่สำเร็จมาแล้วด้วย (กรุงเทพธุรกิจ, ผู้จัดการ)
นายอดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ในวันที่18 ตุลาคมนี้ จะหารือกับหัวหน้าคณะผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) จะได้หยิบยกเรื่องพันธ์ข้าวหอมมะลิ 105 ที่สหรัฐฯ นำพันธุ์ข้าวของไทยไปรับปรุงขึ้นมาหารือด้วย รวมทั้งการขอสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) จากสหรัฐฯ
หากนักวิจัยของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ มีการละเมิดสิทธิในข้าวหอมมะลิของไทยนั้น โดยนำพันธุ์ข้าวหอมมะลิของไทยไปทำการปรับปรุง และมีแนวโน้มว่าสหรัฐฯ จะจดสิทธิบัตรในพันธุ์ข้าวดังกล่าว ซึ่งจะทำให้ได้รับผลกระทบไทยหากไม่ทำการคัดค้านหรือต่อต้านการกระทำดังกล่าว อาจจะเป็นผลเสียต่อข้าวหอมมะลิไทยได้ (ผู้จัดการ)
ศ.ดร. อำนาจ คอวนิช ผู้ประสานงานชุดโครงการข้าว ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
“แม้ต่างชาติที่เขามีเทคโนโลยีก้าวหน้า จะนำพันธุ์ข้าวไทยไปพัฒนาได้พันธุ์ข้าวใหม่ขึ้นมา ก็อาจเพียงให้ผลผลิตสูงกว่าเดิม แต่ก็คงไม่สามารถผลิตข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพและความหอม เหมือนกับพันธุ์ข้าวหอมมะลิต้นแบบที่ปลูกในประเทศไทยได้“ เพราะเชื่อว่าปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมมีผลต่อคุณภาพข้าว
ปัจจุบันตลาดต่างประเทศมีความเชื่อมั่นในข้าวหอมมะลิของไทยในระดับหนึ่งแล้ว อีกทั้งเป็นเรื่องของรสนิยมและความชอบข้าวหอมมะลิจากเมืองไทย
“ผมมีความเชื่อว่า ข้าวหอมมะลิเป็นตลาดเฉพาะ เป็นตลาดที่ไทยเราสร้างชื่อเสียงมายาวนานและได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ทั้งในเรื่องของความอร่อยและความหอม ซึ่งลักษณะเฉพาะตัว”
สิ่งที่คิดว่าน่าจะทำมากกว่าคือ ในการผลิตข้าวหอมมะลิของไทยบนพื้นที่ซึ่งมีศักยภาพอยู่แล้ว เช่น ทุ่งกุลาร้องไห้ เราต้องศึกษาว่าตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว จนถึงการเก็บรักษา ทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและได้ผลผลิตเป็นข้าวหอมคุณภาพส่งออกในปริมาณที่มากขึ้น เพื่อจะได้มีการนำไปใช้เพื่อขยายพื้นที่ปลูกให้สามารถปริมาณผลผลิตข้าวชนิดนี้ให้มากขึ้น
“นอกจากนี้ เนื่องจากข้าวหอมมะลิไทย เป็นคำที่คนทั่วโลกรู้จักและยอมรับ ฉะนั้นเราก็ต้องสร้างมาตรฐานที่สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะหากเกิดกรณีการปลอมปน การนำข้าวอื่นไปผสม ก็จะมาตรฐานที่เขาตั้งให้เราไว้สูงในปัจจุบัน ก็จะถูกลดลงมา ซึ่งนั่นย่อมหมายถึงโอกาสในการเข้ามาแย่งตลาดข้าวหอมมะลิไทยของประเทศคู่แข่งรายอื่น ๆ ในอนาคต” (ผู้จัดการ)
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ
รัฐบาลมีแนวทางแก้ปัญหาในเรื่องนี้ 2 ทาง คือ การหาแนวทางป้องกันไม่ให้กรณีเช่นนี้เกิดขึ้นอีก และรัฐบาลจะสามารถเรียกค่าเสียหายได้อย่างไรหากเรื่องนี้เป็นจริง
ตนเห็นด้วยกับการที่องค์กรความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาไทย (ไบโอไทย) เสนอให้ตั้งคณะทำงานระดับชาติเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน โดยประกอบด้วยระทรวงเกษตรฯ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และหน่วยงานวิจัยทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมดูแล (มติชน)
ณงค์ศักดิ์ เสนาณรงค์
เชื่อว่าสิ่งที่เดเรนพูดว่าเอาพันธุ์ข้าวมาจาก IRRI นั้นเป็นจริง ไม่เชื่อข้อกล่าวอ้างของนักสิ่งแวดล้อมที่ออกมาพูด อย่างไรก็ตามจะต้องรอการยืนยันจาก IRRI ต่อไป (เดอะ เนชั่น)
อย่างไรก็ตาม เดอะเนชั่นได้รายงานว่า วิฑูรย์ เลียนจำรูญ (ไบโอไทย) และบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ (สถาบันทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ) ได้ร่วมกันสืบค้นข้อมูลในเว็บไซต์ของ IRRI ซึ่งได้ผลว่าไม่มีข้อมูลใดๆ ที่ยืนยันว่านักวิจัยสหรัฐนำสายพันธุ์ข้าวหอมมะลิไปจาก IRRI ในปี 1995 ตามที่เดเรนกล่าวอ้าง
รายละเอียดของข่าวโปรดอ่านใน แฟ้ม “รวมข่าว 18 ตค.44”