Free Web Hosting by Netfirms
Web Hosting by Netfirms | Free Domain Names by Netfirms

การพัฒนาพันธุ์ไม้ผลที่เหมาะสมในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน

 

หลักการและเหตุผล

        การเกษตรกรรมเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นที่บ่งชี้เรื่องราวการดำเนินชีวิตในท้องถิ่นนั้นๆ มานาน นับหลายชั่วอายุคน เปรียบเสมือนรากแก้วแห่งภูมิปัญญาที่สะท้อนถึงทิศทางการพึ่งตนเองตั้งแต่ครั้งอดีต  ความหลากหลายของวัฒนธรรมแต่ละท้องถิ่น  ความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติได้เป็นองค์ประกอบอีกด้านหนึ่งที่ได้สร้างชื่อเสียงจนกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น ดังที่ปรากฏในหลายๆ ท้องถิ่นให้ได้กล่าวถึงมาจนปัจจุบันนี้    ประเทศไทยที่ตั้งอยู่ในชัยภูมิที่เหมาะสม   จากลักษณะทางกายวิภาค, สภาพภูมิอากาศ, สภาพภูมิประเทศ     ที่พร้อมเกื้อกูลสนับสนุนต่อการเกษตรกรรมที่เป็นรากฐานอันเข้มแข็งของประเทศ  วิถีชีวิตที่เคยเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ที่เคยเป็นทั้ง "ผู้ให้" และ "ผู้รับ" จากธรรมชาติ การพัฒนาในช่วงระยะเวลาชั่วอายุคนที่ผ่านมากลับเป็นไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามทุกๆฝ่ายถูกทำให้เป็นเพียงผู้บริโภคมากขึ้นโดยพึ่งพิงปัจจัยต่างๆภายนอก  ความคิดถูกชักนำให้มุ่งเอาผลประโยชน์จากธรรมชาติมากที่สุดโดยขาดความสมดุลของการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกๆ ด้านภูมิปัญญาแห่งการพึ่งตนเองถูกทำให้อ่อนแอและถูกชี้นำโดยกระแสของสังคม  ธรรมชาติเป็นผู้จัดสรรและได้พัฒนาสายพันธุกรรมของพืชพรรณธัญญาหารทั้งเรื่องข้าวปลา อาหาร ฯลฯ อย่างมากมายมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล  และมีความต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  การดำรงพันธุ์ที่สืบทอดกันมานั้น  ส่วนใหญ่เกิดจากวิธีการทางธรรมชาติทั้งนั้น  โดยมนุษย์เป็นเพียงผู้ค้นพบความสำเร็จจากการพัฒนาการนั้นแล้วจึงนำมาขยายผลและเผยแพร่อีกทอดหนึ่ง 

        การพัฒนาการเกษตรกรรมให้เจริญงอกงามนั้นไม่ได้เกิดจากเทคนิคเฉพาะด้านเพียงอย่างเดียว  แต่ได้ถูกผนึกควบคู่ไปกับคติความเชื่อซึ่งเป็นภูมิปัญญา ของคนไทยเมื่อครั้งอดีตเป็นวิถีของคนตะวันออกที่สืบทอดในด้านการเกษตรกรรมดังจะเห็นได้จากการถือเวลากันอันเป็นฤกษ์ยามอันเป็นมงคลในการเพาะปลูก,ดูเกณฑ์ธัญญาหาร,การดูวันฟูวันจมในแต่ละเดือนของการเพาะปลูก,การปลูกพืชพรรณธัญญาหารวันอะไรที่จะเอาราก,ลำ,ใบ,ดอก,ลูก,ใบก้าน  หรือความเชื่อถือในการปลูกไม้มงคลประจำทิศเพื่อเกื้อหนุนแก่ผู้พักอาศัยในเรือนชานให้อยู่เย็นเป็นสุข   ซึ่งความเชื่อดังกล่าวได้สั่งสมกันมาแต่ครั้งบรรพกาล  แต่กำลังจะถูกลืมเลือนจากการที่เรารับเอาระบบการผลิตการเกษตรที่ผิดแบบแผนและไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทยเข้ามา   ภายในกรอบของการพัฒนาท้องถิ่นพื้นฐานระบบการเกษตรซึ่งมีการเน้นความสำคัญอยู่ที่การพึ่งตนเองพัฒนาศักยภาพของชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งและสอดคล้องกับวิถีแห่งภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย  สร้างความสมดุลระหว่าง "การให้" และ "การรับ" จากธรรมชาติเพื่อเป็นแนวทางของการพัฒนาที่ยั่งยืนทางธรรมชาติ

วัตถุประสงค์โครงการ

  1. เพื่อศึกษา ระบบการผลิตแบบองค์รวมและข้อมูลวิทยาการทดแทนสารเคมีในการสนับสนุนการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน

  2. เพื่อสร้างความหลากหลายทางชีวภาพในแปลงเกษตรของสมาชิกในโครงการ

  3. เพื่อสร้างกระบวนการการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมกับเกษตรกรในโครงการ

 

เป้าหมายโครงการ    

  1. เกษตรกรในโครงการเป็นเจ้าขององค์ความรู้ทางการพัฒนาและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในท้องถิ่นตนเองต่อระบบเกษตรกรรมยั่งยืน

  2. เกษตรกรในโครงการตระหนักเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์,ดำรง,และการพัฒนาสายพันธุ์พืชในท้องถิ่นของตนเองและสร้างความหลากหลายทางชีวภาพต่อระบบการเกษตรกรรมยั่งยืน

  3. เกษตรกรในโครงการได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันในกระบวนการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม

 

พื้นที่ดำเนินการ

  1. พื้นที่ศูนย์เกษตรท่าเสด็จ  สังกัดมูลนิธิข้าวขวัญ

  2. พื้นที่กลุ่มเกษตรกรเป้าหมาย

 

ระยะเวลาดำเนินงาน

        1  ตุลาคม  2544  ถึง  30  กันยายน  2545  (1 ปี)

 

ผู้รับผิดชอบโครงการ

       มูลนิธิข้าวขวัญ  (KHAO KWAN FOUNDATION)

 

แผนการดำเนินงาน 

เป้าหมาย

กิจกรรม

1.  กระบวนการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมของเกษตรกรในโครงการในพื้นที 3  จังหวัดคือ อยุธยา,สุพรรณบุรี,กาญจนบุรี

  • สร้างเวทีเพื่อระดมความคิดเห็นของเกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายเพื่อเป็นการกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกันในการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม

  • คัดเลือกอาสาสมัคร 25คน

  • การประชุมเวทีย่อยเฉพาะแกนนำที่สมัครใจเข้าร่วมทดลองในทุกระยะ 3  เดือน

  • ศึกษาดูงานเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และนำมาปรับใช้กับกลุ่มกัลยาณมิตร

  • สรุปบทเรียนเฉพาะกลุ่มแกนนำที่ร่วมทดลองเพื่อนำเสนอภาพกว้างสู่สมาชิกเกษตรกรรมยั่งยืน

 

2.  การพัฒนาองค์ความรู้เพื่อสนับสนุนระบบการผลิตแบบองค์รวมในกรอบทิศทางการเกษตร กรรมยั่งยืน

  • ส่งเสริมขั้นตอนการเรียนรู้ทางวิทยาการทดแทนสารเคมีให้กับกลุ่มเกษตรกรในโครงการ(70คน)

  • อบรมแกนนำเชิงปฏิบัติการ25คนแบบเจาะลึก

  1. การปรุงดินปลูก

  2. สมุนไพรควบคุมโรค

  3. ปุ๋ยหมักชีวภาพ

  4. ฮอร์โมนสกัดชีวภาพ

  5. เทคนิคการขยายพันธุ์+การคัดเลือกพันธุ์

  • ติดตามงานแกนนำเกษตรกรที่เข้าทดลองร่วมในทุกๆระยะเวลา 3 เดือน

 

 3. ศึกษาและพัฒนาสายพันธุ์ไม้ผลเฉพาะถิ่นในพื้นที่ของเกษตร/ประชุมเชิงปฏิบัติการ

  • รวบรวมสายพันธุ์ไม้ผล

  • คัดเลือกสายพันธุ์+ขยายพันธุ์

-  ลงปฎิบัติจริงในพื้นที่เกษตร

-  สรุปบทเรียนการทำกิจกรรมในไร่นา

 

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. เกษตรกรในโครงการสามารถพัฒนาองค์ความรู้และนำไปปรับประยุกต์ใช้ได้จริงในท้องถิ่นของตนเอง

  2. เกษตรกรในโครงการมีการฟื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่นและทรัพยากรทางธรรมชาติในพื้นที่การเกษตร

  3. เกิดเครือข่ายการพัฒนาองค์ความรู้ทางการพึ่งตนเองในหลายระดับ

การติดตามประเมินผลโครงการ

  1. ประเมินผลมูลนิธิข้าวขวัญต่อการพัฒนาสายพันธุกรรมไม้ผลแก่เกษตรกร

  2. ประเมินผลการมีส่วนร่วมของเกษตรกรก่อนดำเนินโครงการ  หลังสิ้นสุดโครงการ 

  

ผู้ติดตามประเมินผล

          คณะอนุกรรมการโครงการนำร่องเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนของเกษตรกรรายย่อยภูมินิเวศน์สุพรรณภูมิ